หวยไทย ( หวยไฮบริด ) หรือ “ ลอตเตอรี่ ”

หวยไทย ( หวยไฮบริด ) หรือ “ ลอตเตอรี่ ”

ครึกโครมกันสุด ๆ ในแวดวง คนชอบเสี่ยงโชคในตอนนี้ ก็คือ หวยน้องใหม่ “ สลากภาพ 12 นักษัตร ” ที่คณะกรรมการ สลากกินแบ่งรัฐบาล เพิ่งจะมีข้อสรุปกันสด ๆ ร้อน ๆ หวังจะให้เป็นทางเลือกใหม่ ของคนชอบลุ้นหวย โดยสลากภาพ 12 นักษัตร จำหน่ายในราคา 50 บาท มี 4 หลัก วิธีเล่นให้เลือก 1 ภาพต่อ 1 หลัก จาก 12 ภาพนักษัตร มีทั้งรางวัลตรงและโต๊ด

ข้อดีของสลากประเภทนี้คือ สามารถเลือกเลขได้ตามความต้องการ ไม่มีปัญหาเรื่อง “ เลขเน่า ” แถมยังแปลกใหม่ เหมาะสำหรับการเล่นเพื่อความเพลิดเพลิน โดยไม่อิงผลการออกรางวัลสลากแบบเดิม แต่มีข้อเสีย คือไม่มีรางวัลแจ๊คพอต จึงอาจไม่จูงใจให้มีผู้ซื้อมากนัก

โดยหลังจากนี้ จะต้องรอดูว่า ไอเดียนี้จะผ่านกระบวนการอีกหลายขั้นตอนได้หรือไม่ ตั้งแต่การให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ทำการหารือ กฤษฎีกา จัดทำร่างประกาศ / ร่างกฎกระทรวง แล้วนำเสนอคณะกรรมการสลาก
กินแบ่งรัฐบาลพิจารณา หลังจากนั้นก็เข้าสู่ ขั้นตอนการทำประชาพิจารณ์ และศึกษาผลกระทบทางสังคม และเสนอคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล แนะให้ความเห็นชอบอีกครั้ง ก่อนจะนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเป็นขั้นตอนไป

ยุคบุกเบิกหวยไทย สไตล์จีน ๆ

หวยเกิดขึ้นในประเทศไทยครั้งแรก โดยชาวจีนอพยพตั้งแต่ยุคต้นรัตนโกสินทร์ ราวปี พ.ศ.2360 โดยช่วงแรกนิยมเล่นในหมู่คนจีนอพยพด้วยกันเอง

จนปี พ.ศ.2375 ในสมัยรัชกาลที่ 3 เกิดปัญหาภัยแล้ง ข้าวขาดแคลน ต้องนำเข้าข้าวจากต่างประเทศ ชาวบ้านไม่มีเงินซื้อข้าวกิน ส่วนใครที่มีเงินก็เอาใส่ไหฝังดิน ไม่ยอมนำเงินออกมาใช้ เมื่อนายอากรไม่มีค่าเงินหลวงส่ง สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงโปรดให้ตั้ง โรงหวยขึ้นเพื่อให้ประชาชนนำเงินออกมาใช้

โรงหวยแห่งแรก ตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2378 อยู่ที่บริเวณสะพานหัน บริหารโดย เจ้าสัวหง ออกหวยในเวลาเช้าของทุกวัน ต่อมา พระศรีวิโรจน์ เห็นว่า กิจการหวยแสนจะรุ่งเรือง ก็เลยอยากเปิดบ้าง จึงเกิดเป็น โรงหวยแห่งที่สอง แถวบางลำภู โดยออกหวยเวลาค่ำของทุกวัน

หวย ก / ข ไฮบริดแบบ จีนปนไทย

เดิมที หวยที่ออกโดยคนจีน เป็นหวยที่นำชื่อของบุคคลสำคัญในสมัยราชวงศ์ซ้อง 36 คนมาใช้แทนตัวหวย แต่ไม่เวิร์คเท่าไหร่ เพราะคนไทยอ่านหนังสือจีนไม่ออก เจ้าสัวหง เลยปรับเอาอักษรไทยมาใช้แทน พร้อมกำกับด้วยภาพบุคคลสำคัญ เลยเป็นที่มาของ หวย ก / ข ที่หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ แต่ไม่รู้ว่า ที่มาคืออย่างไร

เมื่อคนไทยนิยมเล่นหวยกันมาก จนอากรหวยกลายเป็นแหล่งรายได้สำคัญของประเทศ โดยคนไทยติดการเล่นหวย ก / ข กันอย่างหนัก ถึงขั้นมีเม็ดเงินหมุนเวียนในวัน ๆ นึง สูงถึง 40,000 – 50,000 บาท ยิ่งถ้าเป็นช่วงออกพรรษาด้วยแล้ว จํานวนเงินเดิมพัน พุ่งสูงขึ้นเป็นวันละ 120,000 – 140,000 บาทเลยทีเดียว

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีพระประสงค์ให้ยกเลิกการเล่นหวย เพื่อให้ประชาชน เก็บเงินไว้ทำมาหากิน แต่เนื่องจากยังไม่สามารถ หาแหล่งรายได้อื่นทดแทนรายได้จากอากรหวยกว่า 9 ล้านบาทได้ จึงทำได้แค่ประกาศลดจำนวนบ่อนเบี้ยและโรงหวยไม่ให้มากเกินไป

แต่มายกเลิกจริง ๆ ก็ในสมัยพระบาทสมเด็กพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงประกาศยกเลิกอากรหวยเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ.2459 รวมแล้วหวย ก / ข ดํารงอยู่ในสังคมไทย เป็นเวลาถึง 81 ปี โดยในปีสุดท้ายก่อนการยกเลิกหวย ก / ข สมัยรัชกาลที่ 6 เงินอากรหวยมีมูลค่าถึง 3,420,000 บาท

หวยไทย ( หวยไฮบริด ) หรือ “ ลอตเตอรี่ ”

ลอตเตอรี่ สลากแบบใหม่ ตามอย่างฝรั่ง

การออก “ ลอตเตอรี่ ” หรือ สลากแบบยุโรป มีขึ้นครั้งแรกในปี พ.ศ.2417 ในสมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องในงานพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะช่วยเหลือพ่อค้าต่างชาติที่นำสินค้ามาร่วมจัดแสดง

หลังจากนั้น ได้มีการออกลอตเตอรี่ ในวาระพิเศษอีกหลายครั้ง มีจุดมุ่งหมายเพื่อบำรุงสาธารณกุศล เช่น “ ลอตเตอรี่เสือป่าบ้านล้าน ” ในปีพ.ศ. 2466 สมัยรัชกาลที่ 6 วัตถุประสงค์เพื่อหารายได้บำรุงกองเสือป่า อาสาสมัคร โดยพิมพ์สลากจำนวน 1 ล้านฉบับ จำหน่ายฉบับละ 1 บาท

ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ในปีถัดมา คือ พ.ศ.2476 รัฐบาลมีนโยบายลดเงินรัชชูปการ ( ส่วยแทนแรงงานเกณฑ์ตามระบบไพร่ ) ทำให้รัฐขาดรายได้ จึงริเริ่มให้มีการออกลอตเตอรี่รัฐบาล เป็นประจำขึ้นมา เรียกว่า “ ลอตเตอรี่รัฐบาลสยาม ” พิมพ์ออกจำหน่าย 1 ล้านฉบับ ฉบับละ 1 บาท ออกรางวัลปีละ 4 งวด

ในปี พ.ศ.2482 มีการก่อตั้งสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และเปลี่ยนการออกสลากจาก 4 เดือนต่อหนึ่งครั้ง มาเป็นออกเดือนละครั้ง โดยพิมพ์สลากออกจำหน่ายเดือนละ 5 แสนฉบับ ราคาฉบับละ 1 บาท

หลังจากนั้น ราคาสลากก็ค่อย ๆ ปรับเพิ่มขึ้น เงินรางวัลต่าง ๆ ก็สูงขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ยังเพิ่มความถี่ ในการออกรางวัล เป็นเดือนละ 2 ครั้ง 3 ครั้ง และ 4 ครั้ง ก่อนจะปรับลดลงมาที่ 2 ครั้งต่อเดือนอย่างในปัจจุบัน

ในปี พ.ศ.2517 ได้มีการออกพระราชบัญญัติ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลขึ้น กำหนดให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นนิติบุคคล และเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง

หวยไทย ( หวยไฮบริด ) หรือ “ ลอตเตอรี่ ”

หวยไทย ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ

จากรายงานสถานการณ์ พฤติกรรมและผลกระทบการพนันในประเทศไทย ประจําปี 2558 จัดทําโดยศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน ประมาณการว่า มีเงินหมุนเวียน สําหรับสลากกินแบ่งรัฐบาล และ หวยใต้ดินในไทยรวมกันแล้วสูงถึง 208,022 ล้านบาทต่อปี แบ่งเป็น

สลากกินแบ่งรัฐบาล มีผู้ซื้อ จํานวน 19,007,796 คน มีเงินหมุนเวียนต่อปี 77,143 ล้านบาท

หวยใต้ดิน มีผู้ซื้อจํานวน  16,492,686 คน มีเงินหมุนเวียนต่อปี 130,879 ล้านบาท

นอกจากนี้ ยังมีหวยประเภทอื่น ๆ ที่คนไทยเล่นกันแบบผิดกฎหมาย ได้แก่

หวยยี่กี เป็นการพนันที่มีความคล้ายกับหวย ก / ข ในอดีตเพียงแต่ตัวหวยที่ใช้ออกมีจํานวนน้อยกว่า

วิธีการเล่นคือ เจ้ามือหรือที่เรียกกันในชุมชนว่า บก  จะนําลูกปิงปองที่เขียนหมายเลขไว้ลงในกล่องและล็อคกุญแจ โดยใน 1 กล่องจะมีลูกปิงปอง 1 หมายเลขเท่านั้น ผู้แทงต้องเดาใจ บก. ว่า ในกล่องนั้นจะมีลูกปิงปองหมายเลขใด

หวยปิงปอง เป็นการพนันที่อาจพบเห็นได้ตามแหล่งชุมนุมชนใหญ่ ๆเช่น ตลาดสด เล่นได้ทุกวัน วันละ 2 – 3 รอบ แล้วแต่แหล่ง วิธีการเล่นคือ เจ้ามือจะล้วงลูกปิงปองจากในกล่อง ภายในกล่องมีลูกปิงปองอยู่ 10 ลูก แต่ละลูกจะมีเลขกํากับ 1 หมายเลข ตั้งแต่ 0 – 9 โดยจะล้วงหยิบลูกปิงปองขึ้นมา 3 ครั้ง ถือเป็นหลักร้อย หลักสิบ หลักหน่วยตามลําดับ ในบางพื้นที่อาจเรียกว่า “ หวยล้วง ”

หวยหุ้น เป็นการพนันที่อาศัยเลขท้าย 2 ตัวของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ในการออกรางวัล ซึ่งหมายความว่าสามารถเล่นได้ทุกวัน ที่ตลาดหลักทรัพย์เปิดทําการ หรือเดือนละ 20 ครั้ง และในแต่ละวันสามารถเล่นได้หลายรอบ อย่างน้อยก็สี่รอบ คือช่วงเปิดและปิดดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในช่วงเช้า และช่วงบ่ายของแต่ละวันทําการ อัตราการจ่ายรางวัลส่วนใหญ่จะใกล้เคียงกับหวยใต้ดิน

ศึกแห่งศักดิ์ศรี ของ “ หวยบนดิน ”

ตลอด 200 ปีเศษที่คนไทยได้เข้าสู่โลกของ หวย นั้น ไม่ใช่แค่คนเล่นเท่านั้นที่ขาดหวยไม่ได้ เพราะรัฐบาลเอง ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนก็ขาดรายได้จากหวยไม่ได้เช่นกัน

ที่ผ่านมา เราจึงเห็นความพยายามหลาย ๆ ไอเดียที่ต้องการรวบเงินนอกระบบจากหวยใต้ดินให้เข้าสู่ระบบได้ โดยได้มีการประเมินว่า หากนำเม็ดเงินในวงจรหวย ทั้งบนดินและใต้ดินมารวมกัน จะสูงถึงกว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี จึงเกิดความพยายาม อยู่หลายครั้งที่จะเอาหวยใต้ดินให้เข้ามาอยู่ในระบบอย่างถูกต้อง อย่างไอเดียที่จะเปิดใหม่ ขยายไลน์ให้กับหวยบนดินอย่าง “ สลากภาพ 12 นักษัตร ” ของบอร์ดกองสลาก ฯ ล่าสุดนี้ ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของความพยายามดังกล่าว

หรือถ้ามองย้อนไป สมัยทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ก็เคยพยายามสู้ศึกหวยใต้ดินด้วยการออก “ สลากเลขท้าย 3 ตัวและ 2 ตัว ” หรือเรียกกันว่า “ หวยบนดิน ” โดยหวังจะกวาดล้างเจ้ามือหวยใต้ดิน และนำเงินที่หมุนเวียนอยู่นอกระบบ มาสร้างประโยชน์แก่ประเทศชาติ แต่ต้องหยุดไปหลังจากเกิดรัฐประหาร พ.ศ. 2549 โดยรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ สั่งยกเลิก อีกทั้งศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองได้พิพากษาว่า การออกหวยบนดินไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2552

หวยเล่นเรา หรือเราเล่นหวย ถ้าดูจากเม็ดเงินหมุนเวียน สำหรับการเล่นหวยผ่านทั้งสลากกินแบ่งรัฐบาลและหวยใต้ดินในประเทศไทย ที่สะพัดกว่า 9 พันล้านบาทต่องวด ไม่ว่าคนจะเล่นหวยด้วยสาเหตุใด ถ้ามองผ่านมุมมอง ของคนนอกแล้ว สามารถตีความพฤติกรรม นักเสี่ยงโชคได้ในหลายมิติ

เริ่มจากการตีความการพนัน ตามแนวคิดและทฤษฎีของนักจิตวิทยา จะอธิบายพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการพนันว่า เป็นผลมาจากสภาวะความเจ็บป่วยทางจิตใจ ( Mental Disease ) หรือเป็นผลแห่งพยาธิสภาพ ( pathology ) หรือเป็นข้อบกพร่องบางประการในบุคลิกภาพ หรือปัจจัยในเชิงชีววิทยา อย่างไรก็ตามเล่นหวยกันอย่างมีสติกันนะทุกคน

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ centrehallfireco.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น